โทรศัพท์ไอโฟนกับการขับเคลื่อนธุรกิจ

โทรศัพท์ไอโฟน เป็นมือถือไฮเอนด์รุ่นเดียวที่ขายได้เป็นล้านเครื่องในเวลาแค่ 2 เดือนเศษ เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้านวงการมือถือทั่วโลก ดีไซน์แบบ iPhone กลายเป็นเทรนด์ดีไซน์ของมือถือไฮเอนด์รุ่นใหม่ๆ ของมือถือหลายแบรนด์ ระบบจอทัชสกรีนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในมือถือรุ่นใหม่ของทุกค่าย

โทรศัพท์ไอโฟน จะเริ่มเข้ามาขายในเมืองไทยอย่างเป็นทางการทุกโอเปอเรเตอร์พยายามที่จะได้สิทธิ์นั้น สิ่งที่ทุกคนเฝ้าคอยคือการที่ iPhone จะมาพร้อมเวอร์ชั่นใหม่หรือใหม่อย่างไร จะสร้างความฮือฮาแค่ไหน ยอดขายกว่า 1 หมื่นเครื่องที่มีอยู่แล้วในไทยจะเพิ่มเป็นเท่าไรเมื่อเปิดขายอย่างเป็นทางการ

เราต้องมาดูจากการทำ การตลาดของโทรศัพท์มือถือ iPhone ของบริษัท Apple นั้น ถือได้ว่าเป็นเคสที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงวันนี้ที่ขายได้ชั่วโมงละเกือบ 34,000 เครื่องโดยเมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยหลักธุรกิจและการตลาดแล้ว พบว่า Apple ใช้กลยุทธ์หลัก (Core Strategy) คือ Growth Strategy (กลยุทธ์การเจริญเติบโต) ในการขับเคลื่อนธุรกิจและทำตลาดเจ้ามือถือ iPhone อย่างชัดเจน

iPhone & Growth Strategy

  1. ในยุคเริ่มต้นนั้น บริษัท Apple ได้ใช้หลัก Diversification Strategy (กลยุทธ์การเติบโตด้วยธุรกิจใหม่ – ผลิตภัณฑ์ใหม่ และตลาดใหม่) โดยแตกไลน์ธุรกิจจากเครื่องคอมพิวเตอร์ มาเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งอยู่ในช่วงที่ตลาดมือถือสมาร์ทโฟนอยู่ในเทรนด์ที่กำลังเติบโต
  2. ต่อมาหลังจากได้ปล่อย iPhone สู่ตลาด Apple เน้นกลยุทธ์การเจาะตลาด หรือ Market Penetration Strategy โดยเน้นเจาะฐานผู้ใช้มือถือที่ตลาดหลัก เช่น อเมริกาก่อน ผ่านการทำการสื่อสารการตลาด (ใช้ CEO + PR Marketing นำ โดยสตีฟ จ็อบส์เป็นหัวหอกหลักในการเจาะตลาด สร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือ) รวมถึงการหาพันธมิตรทางด้านธุรกิจ (Partnership Marketing) กับบรรดา Network Provider (ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ) เจ้าใหญ่ๆ ต่างด้วย ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี และเจ้า iPhone เองก็มีหมัดเด็ดหรือ Core Value ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้เป็นอย่างดี เช่น ใช้งานง่าย ล้ำสมัย + แอพต่างๆ ที่มาตอบโจทย์ด้าน Lifestyle + Entertainment ได้เป็นอย่างดี)
  3. หลังจากเจาะตลาดบ้านเกิดได้สำเร็จ Apple ก็เร่งใช้กลยุทธ์พัฒนาตลาด (Market Development Strategy) โดยขยายไปสู่ตลาดใหม่ (New Market) เช่น ขยายสู่ประเทศใหม่ที่ตลาดมีศักยภาพ ทั้งในเอเชียและยุโรป เป็นต้น) ด้วยใช้เจ้า iPhone ผลิตภัณฑ์ตัวเดิม ที่พิสูจน์แล้วว่า ประสบความสำเร็จในตลาดอเมริกา

            และก็มาถึงช่วงปัจจุบันนี้ ที่ Apple หันมาเน้นใช้กลยุทธ์ Product Development หรือกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ หลังจากก้าวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ เจาะตลาดผู้ใช้มือถือได้สำเร็จ และขยายฐานลูกค้าและแฟนคลับได้ทั่วโลก ก็มาถึงคราวเพิ่มยอดขายชนิดที่สร้างได้แบบมหาศาลเป็นกอบเป็นกำ โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นได้จาก iPhone หลายๆ รุ่นก็ทยอยออกมาพร้อมเวอร์ชั่นพิเศษให้เลือกมากกว่าเดิม ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เมื่อออกสู่ตลาด ก็จะมีแฟนคลับทั่วโลก รอซื้ออย่างใจจดใจจ่อ ดั่งเช่นบทความด้านล่างนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ทิม คุก นำพา iPhone มาถูกทางด้วยการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างต่อเนื่องครับ

ในอนาคตต่อไป ไม่ว่า Apple จะนำพา iPhone ไปทางไหนต่อ ล้วนน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากสังเกตดีๆ ทุกผลิตภัณฑ์แนวอิงเทคโนโลยี ล้วนมีการเกิด แก่ เจ็บ และตายอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่จะเร็วหรือจะช้าเท่านั้นเอง ดั่งเช่น iPod และ iPad ที่เริ่มจะขายได้ช้าลง และต้องหันไปทำตลาดธุรกิจหรือ B2B มากขึ้น กรณียักษ์ใหญ่อย่าง Nokia หรือ BlackBerry ที่พลาดบ้าง ล้มบ้าง ก็มีให้เห็น!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *