ราคาไอโฟน แพงไปทำไม มี SE ไง ตอบโจทย์!!

อึดอัดกันบ้างไหมกับการที่ต้องจ่าย ราคาไอโฟน เกือบครึ่งแสน ออกมาแต่ละที ช่างน่าปวดใจเหลือเกินกับราคา แต่ด้วยความคุ้มค่าของประสิทธิภาพ หลายคนก็ลงทุนโดยไม่เกี่ยง แต่อย่างว่าในวันนี้แอปเปิ้ลไม่ได้ผลิตแค่ ไอโฟนราคาครึ่งแสนอีกต่อไปแล้ว ยัง มี SE ไง ที่พร้อมตอบโจทย์!!

ราคาไอโฟน

ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันดีว่า Apple Inc. เป็นยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจสมาร์ทโฟน พยายามทำเหมือนว่าจะไม่ผลิต iPhone ราคาถูกออกมา แต่ท้ายที่สุดก็เปิดตัว iPhone SE (2020) ในราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์ หรือราคาในไทย 14,900 บาท ซึ่งมีดีไซน์เดียวกับ iPhone 8 และราคาใกล้เคียงกับ iPhone SE รุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 2559 และมีราคาเริ่มต้น 16,800 บาทในขณะนั้น

แม้ว่าดีไซน์ภายนอกของ iPhone SE จะเหมือนกับ iPhone 8 แต่ระบบซอฟต์แวร์ภายในของรุ่นใหม่ถือว่าทรงพลังกว่ามาก และเมื่อเทียบกับ ราคาไอโฟน รุ่นนี้ค่อนข้างย่อมเยาเพียง 399 ดอลลาร์ ทำให้เป็นจุดขายสำคัญของ iPhone SE รุ่นปี 2020 ขณะที่ในปัจจุบัน iPhone 8 เลิกวางจำหน่ายไปแล้วและหน้าเว็บของ iPhone 8 รุ่นเดิมบนเว็บไซต์ทางการของ Apple ก็เชื่อมไปยังหน้าเว็บประกาศเปิดตัว iPhone SE รุ่นล่าสุดแทน

นอกจากนี้ การอัพเดตซอฟต์แวร์ใน iPhone SE ด้วยชิปประมวลผล A13 จะทำให้มือถือรุ่นใหม่ใช้งานได้อีกอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งถือว่านานกว่ารุ่นอื่นมาก ขณะเดียวกัน Apple ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่นล่าสุด และระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น

 ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้ค่อยๆ ลดราคา iPhone รุ่นใหม่ลงมา ทำให้สมาร์ทโฟนค่าย Apple อยู่ในความสนใจของกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการจ่ายเงินระดับ “กลางๆ” เพื่อเป็นเจ้าของ iPhone

อย่าเพิ่งตายสิ ฉันเพิ่งเริ่ม!

แน่นอนว่า การแข่งขัน และสงครามการค้า ส่วนแบ่ง และราคาไม่มีวันสิ้นสุด กลุ่มมือถือราคาระดับกลาง กลายเป็นสมรภูมิใหม่ในการแย่งชิงยอดขายสำหรับค่ายมือถือทั่วโลก Apple เองยอมรับว่า มือถือรุ่นขายดีที่สุดในตระกูล iPhone คือ “iPhone 11” ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 699 ดอลลาร์ ในปีก่อน และสเปคด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นที่เปิดตัวพร้อมกันอย่าง “iPhone 11 Pro”

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช ระบุว่า iPhone 11 เป็นมือถือรุ่นมาแรง (เกือบ) แซงทางโค้งในปี 2562 โดยครองส่วนแบ่งยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 2.1% ในปีที่แล้ว หลังวางจำหน่ายช่วงสิ้นเดือน ก.ย.ส่วนแบ่งของ iPhone 11 เป็นรองเพียง “iPhone XR” (ราคาเริ่มต้น 749 ดอลลาร์ในปี 2562) ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นขายดีที่สุดในโลก ด้วยส่วนแบ่งยอดขาย 3.0% ในปีที่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่า iPhone XR ได้เปรียบ iPhone 11 ตรงที่ได้วางจำหน่ายก่อนตั้งแต่ต้นปี 2562

นั่นหมายความว่า หาก iPhone 11 ซึ่งมีราคาถูกกว่า วางจำหน่ายทั่วโลกพร้อมกับ iPhone XR ก็มีโอกาสจะทำยอดขายแซงหน้าเป็นอันดับ 1 ได้ ส่วนมือถือของคู่แข่งอย่าง “ซัมซุง กาแล็คซี่ A50” จากยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ ครองส่วนแบ่งยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 1.8%

ในทำเนียบมือถือ 10 รุ่นขายดีที่สุดในปีก่อนของเคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช พบว่า Apple และซัมซุงครองพื้นที่ส่วนใหญ่รวมกันถึง 9 รุ่น ส่วนอีก 1 รุ่นเป็น “ออปโป้” รุ่น A5 แบรนด์มือถือชื่อดังจากจีน ส่วนการที่ Apple เลือกปัดฝุ่นหรือรีบูต iPhone SE ในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า Apple ได้เรียนรู้จาก “ความผิดพลาด” ของ iPhone รุ่นก่อนๆ ที่ตนอ้างว่าเป็นรุ่นราคาประหยัด ตัวอย่างเช่น “iPhone 5C” หรือ iPhone 5 เวอร์ชั่นกรอบพลาสติก เปิดตัวเมื่อปี 2556 โดยไม่ได้เป็น “ตัวความหวัง” ของ Apple แต่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 19,500 บาทในปีนั้น ซึ่งถือว่าราคาแรงไม่เบาสำหรับมือถือเคสพลาสติก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *