วิวัฒนาการของ nintendo switch

ก่อนจะมาเป็น nintendo switch จุดเริ่มต้นในวงการเกม ถ้านับเฉพาะเครื่องเกม ไม่นับเกมตู้หรือตัวเกม เจ้าเกม Game & Watch จัดเป็นเกมเครื่องแรก ที่ทาง Nintendo ผลิตออกมาจำหน่าย ในปี 1980 หรือเกือบ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งตัวเกมนั้นสร้างและออกแบบโดย คุณ Gunpei Yokoi ที่มีรูปแบบการเล่นง่ายๆ แต่เพลิดเพลิน ซึ่งเจ้าเครื่อง Game & Watch ถ้านับเฉพาะของ Nintendo อย่างเดียวก็ปาไป 80 ล้านเครื่องทั่วโลกไปแล้ว

nintendo switch

3 ปีต่อมาทาง Nintendo ก็ผลิตเครื่อเกมคอนโซล ของตนเองขึ้นมาในชื่อ Family Computer หรือที่ใครๆรู้จักในชื่อ Famicom วางจำหน่ายในปี 15 กรกฎาคม 1983 ซึ่งการมาของเครื่องเกมตัวนี้ เป็นการเปิดตลาดวีดีโอเกมที่กำลังซบเซาในตอนนั้น ให้กลับมาชีวิตชีวา ด้วยเกมที่มีสีสันสดใส ระบบการเล่นที่ง่ายไม่ซับซ้อนแต่สนุก จนสามารถทำยอดขายทั่วโลกไปถึง 61.91 ล้านเครื่อง และในวันที่ 31 ตุลาคม 2007 ทาง Nintendo ได้ยกเลิกการรับซ่อมเครื่อง เกม Famicom ลงอย่างน่าเสียดาย โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่มีอะไหล่ในการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าแล้ว

6 ปีต่อมาในปี 1989 คุณ Gunpei Yokoi เจ้าเดิม ก็เป็นคนออกแบบเครื่องเกม ที่พัฒนามาจาก Game & Watch ที่สามารถเปลี่ยนเกมไปมาได้ และยังให้กราฟฟิก ระบบการเล่นที่น่าสนใจกว่า แต่ที่ดูจะเป็นจุดขายที่ดีที่สุด สำหรับเกมเครื่องนี้ คือการพกพาออกไปเล่นนอกบ้านได้ แถมยังไม่กินถ่านมากมายแบบคู่แข่ง แต่ข้อเสียหลักๆของ Game Boy คือมันไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ซึ่งนับว่ายุ่งยากมากๆ ในการเล่นเกมเครื่องนี้เวลากลางคืน ก่อนที่ Nintendo จะผลิตเครื่องรุ่นอื่นๆตามมา

หลังจากที่เครื่องเกม Famicom วางจำหน่ายมา 7 ปี ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงพัฒนาตัวเครื่องเกม ให้มีพลังมากขึ้นเป็น 16 Bit บนเครื่องยุคใหม่ที่มีชื่อว่า Super Famicom ที่สามารถประมวลผลภาพในเกม ให้ดูสวยงามขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ตัวใจหลักของเครื่องเกมที่จะขายดีไม่ดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเหล่าเกมที่ลงให้กับเครื่องนี้ด้วย ซึ่งทุกเกมที่เคยลงบน Famicom ก็เตะเท้ามาลงเครื่องนี้แบบครบถ้วน จึงไม่แปลกที่เครื่องเกมตัวนี้ จะมียอดขายสูงถึง 49.10 ล้านเครื่องเลยทีเดียว

หนึ่งความผิดพลาดอันใหญ่หลวง ที่ทาง nintendo switch ต้องการทำเกมแนวสามมิติ ออกมาวางจำหน่าย โดยมอบหมายให้บิดาแห่ง Game Boy อย่างคุณ Gunpei Yokoi ออกแบบ  แต่ด้วยตัวเกมที่ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ถูกเอามาวางขาย จึงทำให้ไม่ได้รับเสียตอบรับที่ไม่ดีจากเกมเมอร์ ซึ่งตัวเกมจะแสดงผลแค่สีแดงกับดำ และต้องจ่อคอใส่แว่นตลอดเวลา  เรียกว่าถ้าเป็นยุคนี้ คงโดนด่ากระจายเลยทีเดียว และเราก็ไม่รู้ยอดจำหน่ายที่แท้จริง ของเครื่องนี้อีกด้วย

ในช่วงเวลานั้น เครื่องเกม PlayStation กำลังเป็นเจ้าตลาด กับการเปลี่ยนสื่อบันทึกข้อมูลจากตลับเกม มาเป็นแผ่น CD ที่ทั้งผลิตง่าย ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า การผลิตตลับแบบเก่า แต่ทาง Nintendo ยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิม ที่ตนเคยประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่รู้เลยว่า การก้าวของตัวเองครั้งนี้ คือสิ่งที่ผิดพลาด จนทำให้เครื่อง N64 เป็นหนึ่งเครื่องล้มเหลว ซึ่งจำหน่ายได้เพียง 32.93 ล้านชุดเท่านั้น

มาถึงปี 2000 ที่เป็นปีเริ่มต้นยุคใหม่ ที่ทาง Nintendo ก็เริ่มเปลี่ยนมาพัฒนาเกมที่ทันสมัยขึ้น โดยตั้งชื่อเครื่องเกมนี้ว่า Nintendo GameCube ที่มีกราฟฟิกสวยงาม เทียบเท่า(หรือดีกว่า) PlayStation 2 แต่ทาง Nintendo ก็ยังคงจะใช้แนวคิดเดิมๆของตน คือการใช้สิ่งที่ไม่เหมือนชาวบ้าน นั้นคือ miniDVD ที่เป็นสื่อบันทึกที่คนทั่วไปไม่ได้ใช้กัน  บวกกับตอนนั้นที่ PlayStation 2 ก็ครองตลาด เกม Nintendo GameCube เลยมีจำหน่ายแค่เพียง 21.74 ล้านเครื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *