ถูกลงและดีขึ้นไอโฟน11

ไอโฟน11 ถ้าคุณเป็นสาวก Apple อยู่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ iPhone ที่ลงตัวที่สุดแบบนี้ และถ้าคุณไม่เคยใช้ iPhone มาก่อน นี่ก็เป็น Generation ที่น่าใช้ที่สุด โดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ถือว่าเป็นการอุดจุดอ่อนอย่างเดียวที่มี และ Ecosystem ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่า Apple ทำได้ดีที่สุด

ไอโฟน11 มาพร้อมกับ Ecosystem อันเลื่องชื่อ ย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่าได้สะดวก เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าระบบ Ecosystem ของ Apple เหนือชั้นกว่าคู่แข่งมาก สามารถทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ได้แนบสนิทที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบน iPhone, iPad หรือ Mac ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงระบบ Backup & Restore

การย้ายเครื่องจาก iPhone รุ่นเก่ามายัง iPhone 11 Pro Max ทำได้ง่ายมาก แค่เปิดเครื่องแล้ววางใกล้ๆ กัน ตัวระบบก็จะถามว่าต้องการโอนข้อมูลใช่ไหม เราก็แค่กดยืนยันและใส่รหัสผ่าน หรือในกรณีที่ไม่สะดวกทำวิธีนี้ก็ยังมีรูปแบบอื่นๆ เช่นการ Backup ผ่านคอมหรือผ่าน iCloud

ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลใน Line จะหายไปหรือ SMS มาไม่ครบ เพราะทุกสิ่งอย่างจะถูกถ่ายโอนมาไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย, แอพ, ข้อมูลในแอพ, ข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ฯลฯ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าแอพบางตัวที่ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษอย่างเช่น แอพธนาคาร หรือพวก Social Media บางตัว ก็ต้องทำการล็อกอินใหม่อีกครั้ง

ระบบ eSIM ที่ใช้งานได้คล้ายกับมี 2 ซิม อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ต้องบอกกันอีกครั้งว่า iPhone 11 Pro Max รองรับการใช้งาน eSIM ซึ่งเป็นการฝังเบอร์ลงในตัวเครื่อง และสามารถฝังได้หลายเบอร์ในกรณีที่ต้องสลับเบอร์ เช่นคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อยๆ และมีเบอร์ของแต่ละประเทศไว้

ในขณะที่ใช้ eSIM ก็ยังสามารถใส่ซิมได้อีกใบ ทำให้แทบไม่ต่างกับการมี iPhone ที่รองรับ 2 ซิมเลย ซึ่งวิธีการเปลี่ยนเป็น eSIM ก็ทำได้ง่ายเพียงแค่ถือเครื่องไปติดต่อเครือข่ายที่ใช้งาน และพนักงานก็จะจัดการให้เสร็จสรรพ นอกจากนี้ยังมีระบบ Cellular Data Switching ที่จะสลับการใช้ Data 4G อัตโนมัติในกรณีที่ซิมหลักเกิดต่อเน็ตไม่ได้ เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานเน็ตอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่ต้องการใช้คุณสมบัตินี้ก็สามารถปิดได้

3D Touch ที่หายไปและแทนที่ด้วย Haptic Touch 3D Touch เป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ไม่น้อย เพราะหลายคนก็บอกว่ามันดีมีประโยชน์แต่หลายคนก็บอกว่ามันไร้สาระ โดยหลักการทำงานของ 3D Touch คือตรวจจับน้ำหนักการกดบนหน้าจอเพื่อเรียกใช้คำสั่งที่แตกต่างกัน

แต่อาจเป็นเพราะข้อจำกัดทางเทคโนโลยีหรือเพราะคนไม่นิยมก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้ Apple เริ่มเปลี่ยนมาใช้ Haptic Touch ตั้งแต่ iPhone XR ที่ใช้วิธีการกดค้างแทน โดยสิ่งที่ทำได้ก็คล้ายกันเกือบหมดแต่ถ้าเคยชินกับ 3D Touch ก็ต้องปรับตัวกันเล็กน้อย สำหรับผมที่เคยชินกับ 3D Touch ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายที่ตัดทิ้งไป เพราะมันทำให้ใช้งานได้สะดวกกว่ามาก และ Face ID การปลดล็อกด้วยใบหน้าที่รวดเร็วไปอีกขั้น ตั้งแต่ที่ Apple เปลี่ยนการปลดล็อกด้วยการสแกนลายนิ้วมือมาใช้ใบหน้าแทน ก็ถือว่าทำได้แม่นยำและรวดเร็วสำหรับการใช้งานทั่วไป และสิ่งที่รู้สึกได้ในครั้งนี้คือการปลดล็อกที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม แม้จะอยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *