ปลั๊กไฟบ้านกับไฟฟ้ากว่าจะมีใช้อย่างทุกวันนี้

ปลั๊กไฟบ้าน

ถ้าพูดถึงเรื่องไฟฟ้า ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ผลิตนั้นนั่นก็คือ โทมัส เอดิสัน บิดาแห่งแสงสว่างที่ได้สร้างหลอดไฟฟ้าได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2423 และได้เริ่มให้ความสว่างไสวไปทั่วโลก และทราบหรือไม่ว่าเรามีไฟฟ้าหรือการที่มี ปลั๊กไฟบ้าน ได้ใช้อย่างทุกวันนี้เริ่มขึ้นในปีใด ซึ่งหลายคนคงคิดว่านานมากแน่ๆ กว่าจะเข้ามาที่ไทย แต่หลังจากที่มีไฟฟ้ากระจายไปทั่วโลก ประเทศไทยเราก็ได้ใช้เริ่มใช้ไฟฟ้ากันแล้วในปี 2427 ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น นับตั้งแต่มีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรกของโลก

และผู้ที่บุกเบิกนำไฟฟ้าเข้ามาใช้ในประเทศไทยนั้นคือ  จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ซึ่งขณะนั้นยังมีบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าหมื่นไวยวรนารถ ได้เดินทางไปที่อังกฤษและได้เห็นความสว่างไสวมนยามค่ำคืน จึงได้มีความคิดว่าน่าจะนำไฟฟ้าไปใช้ในประเทศไทยบ้าง และซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น ประเทศไทยยังใช้ตะเกียงกันอยู่เลย เจ้าหมื่นไวยวรนารถจึงนำเงินที่ได้มาจากการขายที่ดินให้กับสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี จำนวน 180 ชั่ง หรือ 14,400 บาท ไปซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง จากประเทศอังกฤษ

จากที่ได้เครื่องมาแล้ว เจ้าหมื่นไวยวรนารถก็ได้ทำการทดลองที่ศาลากรมทหารหน้า และได้เดินสายเข้าไปที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่กำลังจะมีงานใหญ่ นั่นคือ งานวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๒๗ นั่นนับว่าเป็นวันแรกที่ประเทศไทยได้ใช้ไฟฟ้าเป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้มีพระราชดำริว่า ไฟฟ้านับว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดประโยชน์อย่างมาก และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการใช้น้ำมันและแก๊สที่ใช้จุดโคมอีกด้วย และยังทรงวางแผนจะให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อประชาชนได้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน

ต่อมาหลวงพินิจจักรภัณฑ์ (นายแฉล้ม) ร่วมกับ นายเลียว นาดี ชาวอเมริกัน ได้ร่วมกับเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ได้ก่อตั้งตั้งบริษัท บางกอก อิเล็กตริกไลท์ ซินดิเคท (The Bangkok Electric Light Syndicate) เพื่อผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชน แต่เกิดขาดทุน จึงโอนกิจการให้กับนายเวสเตน โฮลซ์ ชาวเดนมาร์ก จาก บริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด ซึ่งได้สัมปทานเดินรถรางในกรุงเทพฯอยู่ในขณะนั้น แต่ยังใช้ม้าลากรับไปดำเนินการต่อ จนในปี พ.ศ. 2437 การเดินรถรางก็ได้เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแทน

และหลังจากนั้นก็ได้เริ่มมีการจัดสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ ที่มีประชาชนหนาแน่นจนเริ่มทั่วถึงกัน ล่วงเลยเวลามาจนถึงปี พ.ศ. 2482 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ได้เกิด สงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น และการเกิดสงครามในครั้งนี้ได้ลุกลามมายังประเทศไทย จนกระทั่งเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 โรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสน ถูกเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทิ้งระเบิดจนเสียหายใช้การไม่ได้ ทำให้พระนครและธนบุรีตกอยู่ในความมืดมิด ประชาชนไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ และต้องกลับไปใช้ตะเกียงอีกครั้งเมื่อดั่งตอนต้นในรัชกาลที่ 5

หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนเศษ บริษัท ไฟฟ้าไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดการซ่อมโรงไฟฟ้าวัดเลียบให้ประชาชนใช้งานได้ แต่สำหรับโรงไฟฟ้าสามเสนต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ในการซ่อมแซมเสร็จ เนื่องจากถูกระเบิดทำลายเสียหายอย่างหนักนั่นเอง และลองคิดดูว่าถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้ใช้การไฟฟ้าไม่ได้ เสียบ ปลั๊กไฟบ้าน แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ทำงาน และต้องดำรงชีวิตอย่างสมัยก่อน เราจะอยู่กันได้ไหมนะ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *