หูฟังไร้สาย jbl กับการฟังเพลงแนวพื้นบ้านของไทย

หูฟังไร้สาย jbl

ปัจจุบันเพลงมีความหลากหลายมาก ทั้งเนื้อร้อง ทำนอง ความหมาย รวมถึงแนวเพลง เพื่อให้ตรงตามสไตล์หรือความชื่นชอบของแต่ละคน อีกทั้งตามสมัยนิยมอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ บ้างก็ฟังจากลำโพง หรือไม่ก็ หูฟังไร้สาย jbl เพื่อเพิ่มอรรถรสมากยิ่งขึ้น แต่หากพูดถึงเพลงพื้นบ้านของไทยเราล่ะ แทบจะไม่ได้มีการพูดถึงกันเลย ด้วยเหตุเพราะเป็นเพลงเฉพาะ มีการร้องรำตามวันสำคัญ หรือตามประเพณีของแต่ละภาคแตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องเพลงพื้นบ้านกันดีกว่า ว่ามีการจัดประเภทกันอะไร อย่างไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

ซึ่งจริงๆ มีการแบ่งประเภทกันออกไปอย่างมากมาย แต่วันนี้เราจะพูดถึงการแบ่งประเภทของเพลงพื้นบ้านตามเขตพื้นที่เป็นภาค ๔ ภาคดีกว่า นั่นคือ เพลงพื้นบ้านภาคกลาง เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ เพลงพื้นบ้านภาคอีสาน เพลงพื้นบ้านภาคใต้ นั้นเอง

เพลงพื้นบ้านภาคกลาง

เริ่มที่เพลงพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงโต้ตอบให้หนุ่มสาวได้เกี้ยวพาราสีกัน มักร้องกันเป็นกลุ่มหรือเป็นวง ผู้ร้องนำฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะเรียกว่า พ่อเพลง แม่เพลง ส่วนคนอื่นๆ เป็นลูกคู่ร้องรับ ให้จังหวะด้วยการปรบมือ หรือใช้เครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เช่น กรับ  ฉิ่ง เป็นต้น โดยการร้องก็จะแบ่งออกไปอีกตามเทศกาลต่างๆ โดยแบ่งได้ 5 กลุ่ม คือ

  • เพลงที่นิยมร้องเล่นในฤดูน้ำหลาก เทศกาลกฐินและผ้าป่า หรือในช่วงเทศกาลออกพรรษา เช่น เพลงเรือ
  • เพลงที่นิยมเล่นในเทศกาลเก็บเกี่ยว เป็นเพลงที่ร้องเล่นในเวลาลงแขกเกี่ยวข้าว และนวดข้าว เช่น เพลงเกี่ยวข้าว
  • เพลงที่นิยมเล่นในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความสนุกสนาน รื่นเริง และบางเพลงเป็นเพลงที่ใช้ประกอบการละเล่นของหนุ่มสาว เช่น เพลงคล้องช้าง
  • เพลงที่ใช้ร้องเวลามารวมกันทำกิจกรรมอย่างหนึ่ง เช่น เพลงแห่นาคหรือสั่งนาค
  • เพลงที่ร้องเล่นไม่จำกัดเทศกาล ร้องเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงในงานบุญประเพณีต่างๆ เช่น เพลงลำตัด

เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ

ต่อมาคือเพลงพื้นบ้านภาคเหนือ เป็นการคิดคำร้องขึ้นด้วยปฏิภาณไหวพริบ ขับร้อง ได้ฟัง และจดจำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนตั้งแต่ในวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว จนถึงวัยชรา และที่ยังเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ 3 ประเภทคือ

  • เพลงสำหรับเด็ก ได้แก่ เพลงกล่อมเด็ก และเพลงร้องเล่น
  • เพลงจ๊อย เพลงพื้นบ้านที่เกิดจากประเพณีการพบปะพูดคุยเกี้ยวพาราสีในตอนกลางคืน หรือที่เรียกว่า “แอ่วสาว”
  • ซอ เป็นเพลงที่ชายหญิงขับร้องโต้ตอบกัน แต่เดิมเริ่มจากร้องโต้ตอบกันเพียงสองคน ต่อมา พัฒนาเป็นวงหรือคณะ และรับจ้างเล่นในงานบุญ มีดนตรีประกอบ ได้แก่ ปี่ ซึง และสะล้อ

เพลงพื้นบ้านภาคอีสาน

ภาคอีสานเป็นแหล่งรวมกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันถึง ๓ กลุ่ม จึงมีเพลงพื้นบ้านแบ่งเป็น ๓ ประเภท ดังนี้

  • เพลงพื้นบ้านกลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาว

– หมอลำ เป็นเพลงพื้นบ้านที่นิยมมากในภาคอีสาน ได้พัฒนาการแสดงเป็นคณะ มีการฝึกหัดเป็นอาชีพ รับจ้างไปแสดงในงานต่างๆ

– เซิ้ง เป็นการฟ้อนรำ เช่น เซิ้งกระติบ หรือทำนองเพลงชนิดหนึ่ง เรียก ลำเซิ้ง เซิ้งทั่วไปมี ๓ แบบ คือ เซิ้งบั้งไฟ เซิ้งเต้านางแมว และเซิ้งเต้านางด้ง

  • เพลงพื้นบ้านกลุ่มวัฒนธรรมเขมร-ส่วย (กูย)

– เจรียงในวงกันตรึมวง ซึ่งจะเป็นวงดนตรี

– เจรียงเป็นตัวหลัก เป็นการร้องกันเองในวันเทศกาลของชาวบ้าน

  • เพลงพื้นบ้านกลุ่มวัฒนธรรมไทยโคราช

– เพลงพื้นบ้านของชนกลุ่มนี้ คือ เพลงโคราช ที่มีเนื้อร้องโต้ตอบระหว่างชาย-หญิง กลอนเพลงมีหลายแบบ เช่น เพลงคู่สอง เพลงคู่สี่ ใช้ปรบมือตอนจะลงเพลงแล้วร้อง “ไช ยะ” อย่างที่เราเคยได้ยินนั่นเอง

เพลงพื้นบ้านภาคใต้

เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ เพลงพื้นบ้านภาคใต้ยังมีค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังรักษารูปแบบพื้นเมืองได้ดี นิยมเล่นกันเองตามเทศกาลต่างๆ  โดยไม่มีการรับจ้างแสดง และไม่ถือเป็นอาชีพ โดยมีเพลงพื้นบ้านสำคัญ ดังนี้

  • เพลงเรือ
  • เพลงบอก
  • เพลงนา
  • เพลงกล่อมนาคหรือแห่นาค
  • เพลงร้องเรือหรือเพลงชาน้องซึ่งเป็นเพลงกล่อมเด็ก

ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเพลงพื้นบ้านของไทยเท่านั้น ซึ่งหากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ คราวหน้าถ้ามีโอกาส จะมาลงลึกกันให้มากกว่านี้นะจ๊ะ หรือใครจะลองฟังด้วย หูฟังไร้สาย jbl ก่อนก็ได้ โดยสามารถหาได้จาก Youtube หรือสตรีมมิ่งอื่นๆ ก็มีให้คุณได้ฟัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *